เลือกหวีอย่างไรให้เหมาะกับน้องหมาสุดที่รัก

ถ้าอยากให้น้องหมาของเรามีสุขภาพดี การแปรงขนหรือหวีขนสุนัขเป็นประจำสม่ำเสมอก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยได้ เพราะทุกครั้งเวลาเราที่แปรงขนของสุนัขนอกจากจะทำให้ขนสุนัขสวยเงางาม ไม่พันกัน เป็นสังกะตัง สิ่งสกปรกต่างๆ จะถูกกำจัดออกมาพร้อมกับขนเก่า และการหวีขนบ่อยๆ จะไปช่วยกระตุ้นต่อมน้ำมันใต้ผิวหนังให้ขับออกมาเคลือบขนสุนัขทำให้ขนสุนัขนุ่มและเป็นเงางามมากขึ้น โดยที่บางครั้งเราเองก็ไม่ต้องไปหาซื้อวิตามินแพงๆ มาเสริมเพื่อช่วยบำรุงขนให้กับสุนัข

แต่ปัญหาหนักอกหนักใจของเจ้าของสุนัขคงไม่พ้นเรื่องของการที่น้องหมาตัวแสบไม่ค่อยยอมให้หวีขนสักเท่าไหร่ มักจะดื้อวิ่งหนีไปเสียทุกครั้ง กว่าจะไล่ตามตะครุบตัวได้ก็เล่นเอาเหนื่อยเสียทีเดียว ดังนั้นเราควรที่จะเริ่มหวีขนให้น้องหมาตั้งแต่เริ่มนำมาเลี้ยงใหม่ๆ  เพื่อที่เขาจะได้เคยชิน และชอบให้เราหวีขน แต่อย่างไรก็ตามยังมีสิ่งสำคัญคือเราต้องรู้ก่อนว่าต้องเลือกแปรงขนสำหรับสุนัขอย่างไรถึงจะเหมาะสม และใช้ให้ถูกกับสายพันธุ์

  • แปรงขนลวด หรือ สลิคเกอร์ (Slicker Brush) ไว้ใช้สำหรับสางขนที่พันกันเป็นกระจุกหรือตีขนให้ฟูสวยงาม จะเหมาะกับสุนัขที่มีขนหนาหยิกฟู เช่น พันธุ์พุเดิ้ล บิชอง ปอม ฯลฯ
  • แปรงหมุด (Pin Brush) ถ้าต้องการแปรงขนสุนัขทุกวันก็ควรเลือกหวีชนิดที่หัวหมุดหล่อเป็นชิ้นเดียวกับซี่แปรง หรือจะเป็นชนิดไม่มีหมุดปลายซี่แปรงโค้งมน เพื่อที่หวีจะได้ไม่ไปดึงขนของน้องหมาขาด สามารถใช้ได้กับสุนัขทุกสายพันธุ์ หรือจะเป็นสุนัขพันธุ์ขนยาวด้วยก็ได้ เช่น ชิสุ มอลทีค
  • แปรงขนหมู (Bristle Brush) เหมาะกับสุนัขขนสั้น หรือจะใช้เพื่อนวดผิวสุนัขขนยาวก็ได้
  • หวี (Metal Comb) มีให้เลือกอยู่ 2 ชนิด คือแบบสแตนเลสหรือเคลือบวัสดุอื่นๆ เพื่อลดการเกิดไฟฟ้าสถิตย์ ส่วนมากจะนิยมใช้แบบที่มีซี่ถี่กับซี่ห่างอยู่ในด้ามเดียวกัน ไว้สำหรับสางแบ่งขนให้กับสุนัข

ซึ่งแปรงที่ใช้หวีขนน้องหมายังมีให้เลือกอีกมากมายหลายชนิด อย่างเช่น หวีสำหรับระยะผลัดขน, หวีคราดสำหรับสุนัขขนสองขั้น, แปรงยางสำหรับนวดผิวสุนัขขนสั้น เป็นต้น แต่ทั้งนี้ไม่ว่าจะเลือกแปรงชนิดใดก็ตามต้องให้ความสำคัญถึงขั้นตอนการหวีเป็นส่วนประกอบด้วย เพราะถึงแปรงจะดีขนาดไหนแต่ถ้าหวีไม่ถูกวิธีก็จะทำให้แปรงใช้งานไม่ได้ประสิทธิภาพเต็มที่เช่นกัน